ว่าด้วยเรื่องการถมดิน ในพื้นที่ กรุงเทพ และ ปริมณฑล เราจะแนะนำแบบง่ายๆ เพื่อความเข้าใจ สำหรับท่านเจ้าของที่ดินในการตัดสินใจเลือกถมดิน ทั้งนี้ ชนิดของดิน จะเป็นตัวแปรในเรื่องระยะทาง และ ความคุ้มค่าของราคาถมดิน จึงมีข้อจำกัดของชนิดดินที่ใกล้บริเวณกรุงเทพ และ ปริมณฑล (ข้อความนี้ อาจไม่เหมาะกับพื้นที่ต่างจังหวัด เพราะ แหล่งดินไกล้พื้นที่นั้นๆ จะแตกต่างไปตามพื้นที่) ซึ่งดินแต่ละชนิดมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป
ดินเป็นสื่อกลางในการเจริญเติบโตของพืช ดังนั้นการรู้ประเภทของดินจึงมีความสำคัญมาก เนื่องจากจะเป็นตัวกำหนด และข้อจำกัดในการปลูก
นอกจากนี้เรายังสามารถตัดสินใจได้ในทันที ว่าดินชนิดไหนเหมาะกับการปลูกพืชในสวนของเรา
รากของพืชจะกระจายได้อย่างอิสระ ในดินที่ร่วนซุย และสามารถดึงน้ำและสารอาหารได้ง่าย
ส่วนดินที่แข็งและถูกบดอัด จะถูกขัดขวางไม่ให้รากแพร่กระจายไปถึงสารอาหารและน้ำ
พืชที่ปลูกในดินที่แข็งและมีความแห้งแล้ง ก็จะมีลักษณะแคระแกรนได้
ประเภทของดิน
ประเภทของดินจะแบ่งตามลักษณะเนื้อสัมผัส ในประเทศไทยจะพบดินเพียง 3 ประเภท
ได้แก่ ดินเหนียว, ดินร่วน, ดินทราย
- ดินเหนียว (Clay Soil)
เป็นดินที่มีความละเอียดมาก และเป็นดินประเภทที่หนักและหนาแน่นที่สุด
อนุภาคในดินถูกอัดแน่นเข้าด้วยกัน และมีช่องว่างระหว่างอนุภาคดินไม่มาก ทำให้ระบายน้ำไม่ดี แต่กักเก็บน้ำได้ดี
ดินนี้เมื่อเปียกจะให้สัมผัสที่เหนียวมาก แต่จะเรียบและแตกร้าวเมื่อแห้ง
- กักเก็บน้ำได้ดีมาก
- มีความยืดหยุ่นสูง
- ดูดซับแร่ธาตุและอาหารได้ดี
- ดินร่วน (Loam Soil)
มีลักษณะละเอียด ร่วน เป็นดินที่ผสมผสานระหว่างดินทราย,ดินเหนียว และตะกอน ในสัดส่วนที่สมดุล
มีคุณสมบัติในการกักเก็บความชื้นและสารอาหาร ตะกอนจะช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างช่วยให้แร่ธาตุ, อินทรียวัตถุ และน้ำ แทรกเข้าไปหล่อเลี้ยงพืช
ดินร่วนจึงเป็นดินที่เหมาะแก่การทำการเกษตรมากกว่าดินชนิดอื่น
- ระบายน้ำได้ดี กักเก็บความชื้นได้ดี
- เป็นแหล่งอาหารที่สมบูรณ์
- เหมาะสำหรับการเพาะปลูกทั่วไป
- ดินทราย (Sandy Soil)
ดินทรายประกอบด้วยดินผุกร่อนขนาดเล็ก มักเกิดจากการแตกตัวของหินต่างๆ มีสัมผัสที่ค่อนข้างสาก
เป็นดินที่มีน้ำหนักเบา ระบายน้ำได้อย่างรวดเร็ว ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ ดินประเภทนี้ดีต่อระบบระบายน้ำมาก
ในดินมีส่วนประกอบของทรายมากกว่า 85% จึงทำให้เก็บสารอาหารได้น้อย
- เนื้อหยาบ ผิวสัมผัสสาก
- ระบายน้ำได้ดี แห้งเร็ว
- มีน้ำหนักเบา